DEFINITION

เหตุการณ์ฉุกเฉิน หมายถึง 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการ
ขนส่งกากของเสียอุตสาหกรรม ได้แก่ 
การหกรั่วไหลของกากของเสีย 
อันจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

PURPOSE

วัตถุประสงค์ของแผนปฏิบัติการ
ฉุกเฉิน : ใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน
ของพนักงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือมีอุบัติเหตุในขั้นตอนขนย้ายกากของเสียอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
SCOPE

ขอบเขตของแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน 
ครอบคลุมการดำเนินงานในทุกขั้นตอน
ของการให้บริการลูกค้าตั้งแต่โรงงานลูกค้า
(Waste Generator) จนถึงโรงงาน
กำจัด (Waste Processor)

PROCEDURE

การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  • มีการอบรมเรื่องความปลอดภัยและแผนปฏิบัติการฉุกเฉินการขนส่ง
  • ตรวจสอบสภาพรถ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น วาล์วต่างๆ ที่ใช้ดูดของเหลว และอุปกรณ์ดับเพลิง เป็นต้น


PROCEDURE

4.1 การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน

  • มีการอบรมเรื่องความปลอดภัยและแผนปฏิบัติการฉุกเฉินการขนส่ง
  • ตรวจสอบสภาพรถ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น วาล์วต่างๆ ที่ใช้ดูดของเหลว และอุปกรณ์ดับเพลิง เป็นต้น
  • ศึกษาเส้นทางการขนส่งและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านชุมชน
  • ทำการตรวจสอบของเสียและภาชนะบรรจุให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการขนส่ง
  • จัดข้อมูลการสื่อสารให้แก่พนักงานขับรถ/ยานพาหนะและวิธีปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ เช่น แจ้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯระงับเหตุเบื้องต้นที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย

4.2 ขั้นตอนการควบคุมของเสียหกรั่วไหล ระหว่างการขนส่งเบื้องต้น

  • ทำการให้สัญญาณผู้ใช้เส้นทาง ให้ระวังอุบัติเหตุ โดยการกั้นบริเวณและห้ามประชาชนเข้าใกล้หรือมุงดู
  • ติดต่อแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ (Emergency Team) เกี่ยวกับการจัดการกับของเสียที่หกรั่วไหล
  • Emergency Team ประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ว่าอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ด้วยตนเองหรือต้องประสานงานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการอื่นที่สามารถระงับเหตุได้
  • การปฏิบัติงานของผู้เข้าระงับเหตุ ต้องปฏิบัติงานอยู่เหนือทิศทางลม และมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
  • การระงับการรั่วไหล เพื่อควบคุมปริมาณของเสียที่หกรั่วไหล และป้องกันการแพร่กระจายที่จะไปปนเปื้อนต่อ สิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เช่น ปิดวาล์ว หรืออุดรอยรั่วของภาชนะบรรจุ
  • การกำจัดและทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเบื้องต้นที่สามารถดำเนินการได้ทันที ได้แก่
    • ของเหลว หรือ มีสภาพเปียก ให้ใช้วัสดุซึมซับ (Absorbent Material) เช่น ทราย ผงฝุ่น หรือวัสดุซึมซับอื่นๆ ที่ไม่ติดไฟและใช้พลั่วตักใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิด (โดยห้ามใช้น้ำฉีดล้าง เนื่องจากจะทำให้ของเหลว
      กระจายตัวเป็นวงกว้างออกไป รวมถึงการป้องกันการรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำหรือระบบระบายน้ำสาธารณะด้วย)
    • ของแข็งที่มีสภาพแห้ง/เป็นผง ใช้พลั่วตักใส่ภาชนะที่แห้งมีฝาปิดและป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
  • ป้องกันแหล่งกำเนิดประกายไฟ ห้ามสูบหรี่หรือจุดไฟใกล้กับบริเวณที่มีการหกรั่วไหลอย่างเด็ดขาด (โดยเฉพาะหากกากที่รั่วไหล เป็นประเภทสารที่ไวไฟ เช่น น้ำมัน หรือตัวทำละลายต่างๆ ต้องทำการแยกภาชนะบรรจุ ออกให้ห่างจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟอย่างน้อย 15 เมตร)
  • ทำการเก็บกวาดและทำความสะอาดบริเวณที่เกิดเหตุหลังจากระวังเหตุในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจัดพนักงาน และเครื่องมือเข้าสูบถ่าย ดูดซับ ล้าง ตัก เก็บ หรือขุดดิน วัสดุที่ปนเปื้อนและของเสียตกค้าง (ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ)

4.3 ขั้นตอนการคุมของเสียหกรั่วไหล ในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมเหตุได้ด้วยตนเองเมื่ออุปกรณ์ในการระงับเหตุไม่เพียงพอหรือมีปริมาณการรั่วไหลมาก หรือมีสถานการณ์การพลิกคว่ำให้พนักงานประจำรถดำเนินการดังนี้

  • ออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุดโดยอยู่เหนือทิศทางลม
  • ป้องกันมิให้ประชาชนมุงดู หรือเข้าใกล้เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากไอระเหยต่างๆ
  • แจ้งเหตุกลับมายัง Emergency Team ของบริษัทเพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ควบคุมเหตุฉุกเฉินและห้ามกระทำการใดๆ หากไม่แน่ใจว่าจะเสี่ยงต่อการลุกลามของสถานการณ์ดังกล่าว
  • ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ประจำท้องที่นั้นๆ เช่น ตำรวจทางหลวง สถานีดับเพลิง และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

4.4 ขั้นตอนการปฏิบัติงานของ Emergency Team

  • เมื่อได้รับแจ้งเหตุ สามารถปฏิบัติงานฉุกเฉิน และรายงานต่อผู้อำนวยการฉุกเฉินทันที
  • ตรวจสอบข้อมูล ชนิดของเสีย และเทคนิควิธีในการระงับเหตุ หรืออาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Waste Generator
  • ติดต่อประสานงานขอความช่วยเหลือพร้อมข้อมูลการระงับเหตุโดยแจ้ง / ตำรวจทางหลวงในทันที
  • ทำความสะอาดหรือปิดคลุมพื้นที่เกิดอุบัติเหตุ/ปนเปื้อน และทำการฟื้นฟูพื้นที่เพื่อระงับเหตุได้โดยนำสิ่งปนเปื้อนมากำจัดที่โรงงานกำจัดของเสียอุตสาหกรรมต่อไป
  • ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสถานที่หลังการฟื้นฟูเพื่อเก็บตัวอย่างการปนเปื้อนมาวิเคราะห์ผลกระทบจากอุบัติเหตุ
  • รายงาน / สอบสวนเหตุการณ์เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไข

4.5 ขั้นตอนในการปฏิบัติงานของพนักงานขนส่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีการรั่วไหลของ Waste ระหว่างการขนส่งให้ ปฏิบัติดังนี้

1. ดับเครื่องยนต์-เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
2. ตรวจดูความเรียบร้อยของรถ และภาชนะบรรจุ Waste ที่รับมา
3. โทรแจ้งรายละเอียดอุบัติเหตุ และข้อมูลของเสียที่รั่วไหล (ตามใบกำกับการขนส่ง) กับ Emergency Team
4. หาก Waste ที่หกหล่นเป็นของแข็งและไม่อันตรายให้จัดเก็บใส่ภาชนะบรรจุเดิมแต่หากไม่สามารถจัดเก็บได้ให้จัดเก็บในสถานที่ปลอดภัยป้องกันการปนเปื้อนลงสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ
5. หาก Waste ที่รั่วไหลเป็นของเหลวและไม่อันตราย ให้หยุดการรั่วไหล และใช้วัสดุดูดซับ เช่น ทราย หรือผงปูนซีเมนต์ และใช้พลั่วตักใส่ภาชนะแล้วปิดฝาให้มิดชิดและป้องกันการไหลปนเปื้อนลงสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ
เช่นเดียวกัน
6. ป้องกันมิให้ประชาชนเข้าใกล้บริเวณเกิดเหตุโดยการขึงเชือกกั้นพื้นที่ให้ห่างจากจุดเกิดเหตุและบริเวณที่มีประกายไฟให้มากที่สุด
7. หากเกิดเพลิงไหม้หรือมีผู้บาดเจ็บ ให้รีบแจ้งตำรวจ/หน่วยดับเพลิง พร้อมข้อมูลของ Waste ว่าเป็นการไหม้จากสาเหตุของน้ำมัน หรือสารเคมี เป็นต้น
8. รอที่บริเวณจุดเกิดเหตุ จนกว่าจะมีการจัดเก็บ Waste ที่รั่วไหลไปกำจัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Copyright ©2015 www.pk-chonburi.com  |  All rights reserved.

กลับสู่ด้านบน